2005/Sep/18

พื้นที่ส่วนตัว........

เข้าใจผมที

.

.

.

.

.

.

หลายครั้งที่ผมรู้สึกท้อแท้ข้างใน
หมดเรี่ยวแรงที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า

" เพื่อน " คนนี้ ฉุดให้ผมยืนและก้าวเดินต่อไป

ทุกครั้งที่ผมต้องมี " น้ำตา "
เพราะไม่สมหวังในความรักและผิดหวังจากคนรัก

" เพื่อน " คนนี้ คอยซับน้ำตาจนหายเศร้า

ในวันที่ผมรู้สึกเหงาจนทำให้พาลคิดไปว่า
" โลกนี้ " ผมไม่เหลือใครอีกต่อไปแล้ว

" เพื่อน " คนนี้ รีบมายืนเคียงข้างผมทันทีเพียงแค่ผมโทรไปหา

ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไร
ไม่ว่าผมจะเศร้าใจแค่ไหน
ไม่ว่าเรื่องที่เกิดจะรุนแรงเพียงใด
และไม่ว่าผมจะอยู่ที่ไหน

" เพื่อน " คนนี้ ไม่เคยห่างหายไปจากชีวิตผม

ถึงแม้ว่า......
ทุกครั้งที่ผมโทรไปหาจะมีแต่เรื่องที่เป็น " ทุกข์ " ก็ตาม

ผมยอมรับ
เวลาที่ผมเกิดปัญหา ทุกข์ร้อนใจ ไม่สบายใจ หรือมีน้ำตา

" เพื่อน " คนนี้ คือบุคคลแรกที่ผมคิดถึง

อาจจะเป็นเพราะ " น้ำเสียง " ที่แสดงความอ่อนโยน
" คำพูด " ที่แฝงไปด้วยความอบอุ่น และ......
" ประโยค " ที่ฉุดให้ผมขึ้นมาจาก " ปลัก " ที่ผมสร้างขึ้นมาเอง

หลายครั้ง....
ที่ผมเกิดความรู้สึกดีๆ ที่เรียกว่า " ความรัก " กับเขา
แต่ทุกๆ ครั้ง ผมจะหยุดและเลิกติดต่อกับเขาทันที

เพียงเพราะผมไม่อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเขา
ต้องเปลี่ยนไป เพราะความรู้สึกที่มันกำลังจะเปลี่ยนตาม

" เพื่อน " คนนี้ ถ้าจะให้ผมพูด
ผมคงจะต้องใช้ประโยคน้ำเน่าแต่เอามาใช้กับชีวิตจริงๆ ได้

" ดีเกินไป " สำหรับ " คนเลวๆ " เช่นผม.......

ไม่ใช่ว่าผมไม่รับรู้ถึงความรู้สึกดีๆ ที่ " เพื่อน " คนนี้ ส่งให้มาตลอด
ทุกครั้งที่ผมได้พบกับเขา
กริยาที่แสดงออกมันทำให้ผม " เข้าใจ " และ " รับรู้ "
ถึงบางสิ่งที่เก็บอยู่ข้างใน

ไม่ซิ..ผมรู้มานานแล้ว
นานพอพอกับที่ผม " ทำร้าย " เขา
ด้วย " คำพูด " เพราะฤทธิ์ " น้ำเมา "

จากวันนั้น
ถึงวันนี้......เกือบ 3 ปี
ที่ผมรู้สึกผิด
ผิด......ที่ตัวเองทำร้ายความรู้สึกดีๆ จากเพื่อนคนนึง

ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยให้โอกาส " เพื่อน " คนนี้นะ
ผมเปิดโอกาสให้เค้าได้พิสูจน์ตัวเองเสมอ
และผมก็กล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า..............

" ผู้ชาย " คนนี้
คือบุคคลที่ผู้ชายสีรุ้งหลายคนเฝ้าฝันถึง

ตลอดเวลาที่ผมยอมเปิดใจ
ให้โอกาสเขาและรับรู้ถึงความรู้สึก

" เพื่อน " คนนี้ สอนให้ผมรู้จักกับความรักอีกรูปแบบนึง
" เพื่อน " คนนี้ สอนให้ผมเข้าใจว่าชีวิตนี้ยังต้องเดินต่อไป
" เพื่อน " คนนี้ สอนให้ผมคิดได้ว่าชีวิตเราก็เป็นของเรา
" เพื่อน " คนนี้ สอนให้ผมมองอีกมุมที่ผมไม่เคยได้เห็นมาก่อน
" เพื่อน " คนนี้ สอนให้ผมรู้จักที่จะ " รับ " และ " ให้ " ในเวลาเดียวกัน

แต่คนที่ " เลว " มันก็คือ " ผม " เอง

สาเหตุก็เพราะ

ผมไม่เคยมองถึงความหวังดีของเพื่อนคนนี้เลย
แม้ว่าเขาจะเพียรพยายามเท่าไรที่จะแสดงให้ดูก็ตาม.......

ผมเลือก " คนที่ผมรัก " มากกว่า " คนที่รักผม "

นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมได้คุยกับเขา
ที่โทรมากลางดึกของคืนนึง เสียงของเขาสั่นเครือ
สดับสำเนียงที่ฟังดูแปร่งหู
ใช่......เขาเมา

" ทำไม.....เอ้ไม่คิดที่จะรักเราบ้าง? "

วูบนึง....ผมรู้สึกดีไม่น้อย
ที่ยังมีคนที่ต้องการให้ผมรักอยู่
แต่อีกวูบนึง....ผมรู้สึกแย่
เพราะต้องกัดฟันพูดออกไป

" เราเป็นเพื่อนกันน่ะ ดีที่สุดแล้ว "

เสียงจากอีกปลายสายเงียบไป
เหลือเพียงเสียงจากรอบข้าง
ที่ฟังแล้ว............ปวดหัวใจเหลือเกิน

" ได้.....เราเป็นเพื่อนกันนะเอ้ "

ผมอาจจะเลว
ผมอาจจะเหี้ย
ผมอาจจะโง่

ใครหลายคนอาจจะคิดอย่างนั้น

แต่ก็อย่างที่บอก
ผมมักจะใช้หัวใจ...มากกว่าใช้สมองในเรื่องของความรัก

และผมก็เชื่อว่า
ใครหลายๆ คนก็คิดเหมือนผมเช่นกัน

แม้ทุกวันนี้
ผมยังเสียดายอยู่ไม่น้อย
กับความสัมพันธ์ระหว่าง
" เพื่อน " คนนี้ กับ " ผม "

แต่ผมก็ยังรู้สึกดี
ที่ " เพื่อน " คนนี้ ยังรักษาระดับความเป็น " เพื่อน " ที่ดีอยู่ไม่ขาด

การ์ดพร้อมข้อความดีๆ ที่ส่งให้ในวันเกิดทุกๆ ปี
แมสเสจให้กำลังใจทุกครั้งที่มีปัญหา
และทุกอาทิตย์
แค่อาทิตย์ละ 1 ครั้ง กับการได้พูดคุยกัน

แค่เท่านี้..สำหรับผม
มันก็มากเกินพอแล้ว

ผมยังไม่รู้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
แต่วันนี้ ที่ผมมั่นใจและแน่ใจ
ไม่ว่าผมจะก้าวเดินไปที่ไหน
จะพลัดตกหลุม หรือเดินสะดุดก้อนหิน

คนที่จะคอยส่งกำลังใจให้ผมไม่ขาด
คือ " เพื่อน " คนนี้ อย่างแน่นอน

ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากได้คำว่า " แฟน " หรอกนะ
แต่เพียงเพราะว่า....ผมไม่อยากเสียคำว่า " เพื่อน " ที่ดีไปต่างหาก


edit @ 2005/09/18 21:04:31


edit @ 2005/09/18 21:05:32
edit @ 2005/09/18 21:06:04

2005/Sep/16

พื้นที่ส่วนตัว

แค่อยากให้รู้.....

เมื่อคืน
ผมฝันถึงคุณอีกแล้วนะ
ในฝันของผม
มีรูปของคุณอย่างชัดเจนจนผมแทบจะแยกไม่ออกเลยว่า

มันคือ " ความฝัน " หรือ " ความเป็นจริง "

มันน่าแปลกไหม?

ผมเคยบอกกับคุณแล้ว
ว่าต่อจากนี้เป็นต้นไป
ชีวิตของผม
จะเดินทางต่อไปข้างหน้าโดยไม่มีคุณอีก

และผมก็แสดงให้คุณเห็นแล้วว่า
ผม " ตัดใจ " จากคุณได้

ผมเลิกโทรหาคุณก่อนนอน
ผมเลิกส่งเมสเสจไปบอกว่าผมคิดถึงคุณมากแค่ไหนฅ
ผมเลิกซื้อโปสการ์ดรูปการ์ตูนที่คุณสะสม
ผมเลิกเดินผ่านร้านค้าที่เคยเข้าไปเลือกของกับคุณ
ผมเลิกกินอาหารร้านเดิมๆ ที่คุณกับผมเคยเข้าไปนั่ง

ผมทำได้จริง. . . . . . . . . . . . .เพียงแต่ใช้เวลานานไปเท่านั้นเอง

มันเลยทำให้ความรู้สึกที่ถูกเก็บและกดอยู่ข้างในความทรงจำเปิดออกมา

และผมก็พบว่า.......
ในความทรงจำสีดอกเลา......ภาพของคุณยังปรากฏอยู่อย่างชัดเจน
แม้กระทั่งในความฝัน
ผมก็ยังมิอาจเลือนลบคุณออกไปจากข้างในหัวใจได้

" กาลเวลา "
อาจจะเป็นตัวช่วยให้ผม " ลืม " คุณได้
แต่ไม่ใช่ตอนนี้
ขณะนี้.......หรือวันนี้
อาจจะดูว่ามันมากเกินไปที่จะกล่าวให้คุณรับรู้ว่า

" ในทุกวันที่ผมยังหายใจ ผมยังคิดถึงคุณอยู่ "

ขอโทษที
ที่ผมแสดงความอ่อนแอให้คุณเห็น
ทั้งๆ ที่คุณไม่อยากจะรับรู้อะไรแล้วทั้งสิ้น

การตีจากไปของคุณ
อาจจะทำให้ผมแกร่งขึ้นและเป็นผู้ใหญ่ขึ้น
แต่ในทางกลับกัน
คุณกลับทำให้ผมร้องไห้บ่อยขึ้นและหลอกตัวเองมากขึ้น

ผมเสียน้ำตามากมาย
ไม่ใช่เพราะรักคุณ
แต่เพียงเพื่อ.....ให้ลืมคุณ

คุณ.....ที่เคยเป็นบุคคลที่ผมรัก

ขณะเดียวกัน
ผมก็ต้องหลอกใจตัวเองทุกวัน
ด้วยคำพูดที่ว่า
" ไม่มีคุณ ผมไม่เป็นไร ชีวิตผมยังอยู่ได้ ผมยังต้องเดินต่อไป "

แต่.....ก็แค่นั้น

มันเป็นเพียงประโยคหลอกลวงจอมปลอม
ที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้หลอกคนโง่ให้จมปลักอยู่กับรักลวงตา

คุณแสดงให้ผมเห็นแล้วว่า

" ผม......ไม่ใช่คนที่คุณต้องการอีกต่อไป "

ส่วนผม.....ก็แสดงให้คุณเห็นแล้วว่า

" คุณ......คือบุคคลที่ผมทำใจให้ลืมได้ยากที่สุด "

จะต้องใช้ระยะเวลาอีกยาวนานแค่ไหน
จะต้องใช้หัวใจอีกเท่าไรในการรักษา
จะต้องใช้น้ำตาอีกเท่าไรถึงจะได้มา
จะต้องใช้วาจาอีกเท่าไรผมถึงจะลืม

ขอโทษนะครับ
ที่ผมเกลียดคุณไม่ลง.......




edit @ 2005/09/16 15:12:53

2005/Sep/13

โปรดรับฟังผมที!!


ผมไม่รู้จะบอกว่า " ชินชา " หรือว่า " ตายด้าน " ดี
มันเหมือนกับวงเวียนและวัฏจักรที่ไม่สิ้นสุด

ราวกับ

กำลังมองดูล้อเกวียน
ที่กำลังหมุนไปเรื่อยๆ อย่างช้าๆ
แล้วค่อยๆ ทวีความเจ็บปวดขึ้น

ทีละเล็ก ทีละน้อย

สัมผัสกับความอ่อนแอของตัวเอง
แล้วให้ความรู้สึก
" สมเพช "
อาการ " ปากดี " ที่ดีแต่ " สอน " คนอื่น
แต่สอน
" ใจ " ตัวเองไม่ได้

ผมรู้สึกเจ็บปวดกับความรู้สึกนี้ทุกๆ วัน
มันก็เลยเริ่ม " ชิน "
เพราะไม่ว่าจะเริ่มต้นใหม่กับใคร

บทสรุปสุดท้าย

" มันก็ไม่ต่างกัน "

เจ็บเพราะรักตัวเองน้อยเกินไป
แล้วทุ่มใจให้กับ " คนนั้น " มากเกินไป
เริ่มเชื่อแล้วกับคำพูดที่ว่า. . . . . .

" ความรักทำให้คนตาบอด "

บอด มืด ดำสนิท

ไม่มีแม้แสงสว่างและทางให้ก้าวเดินออก
เห็นเพียงแสงริบหรี่อยู่ที่ปลายทาง
ให้เราวิ่งตามแสงนั่นไปเรื่อยๆ อย่างไม่สิ้นสุด

แม้จะรับรู้แล้วว่า
คนคนนั้น. . ..ไม่มีใจ
เค้าไม่เคยคิดถึงเราเลยซักครั้ง

กับความรัก

ผมมักจะใช้หัวใจก่อนใช้สมอง
ใช้ความรู้สึกก่อนจะใช้ความคิด

ทุกวันนี้

ผมก็ยังเดินตามแสงสว่างนั่นอยู่
แม้จะมองไม่เห็นทางออก
ไม่รู้เลยว่า ต้องใช้ระยะทางอีกเท่าไร
ผมถึงจะเดินออกไปจากที่ตรงนี้ได้

แม้จะหมดหวังเหน็ดเหนื่อย ท้อใจ
แต่ผมก็ไม่เคยคิด " ถอดใจ "

ถ้าตราบใดที่แสงสว่างนั้นยังส่องนำทางให้ผมอยู่
ผมก็จะเดินตามแสงนั่นไปให้ถึงที่สุด

แม้จะไม่รู้ว่า.....ปลายทางมันจะอยู่อีกไกลแค่ไหนก็ตาม

เจ็บบ่อยๆ ค่อยๆ ชิน
จนความรู้สึกมันไม่เหลือ
ให้ " รู้สึกอีกต่อไป

13/09/48


วันนี้ตื่นโค-ตะ-ระ สายว่ะครับ

เรียนตั้งแต่ 9.30 แต่ตื่น 14.00

_________________ ________________"

ไม่รู้ว่าจะลงทะเบียนเรียนหาติ่งอะไร
ตั้งแต่เปิดเรียนมานี่ นับวันไปเรียนเช้าได้เลย

เรียนแปดโมงครึ่ง ตื่นไปไม่เคยทันซักที

ขนาดสอบแปดครึ่ง ยังไปถึงห้องสอบเกือบเก้าโมง

เพื่อนสาวแนะนำให้ลาออกไปเรียน " รามคำแหง ยูนิเวอร์ซิตี้ "
เพราะมันเหมาะกับสไตล์การตื่นไปเรียนของเรามากกว่า

แต่เกรงว่า
ระยะเวลาที่เค้าจัดมาให้ในการเรียนปริญญาตรี
จะมากเกินไปและเราจะใช้สิทธิ์นั้นจนคุ้ม

จาก 4 ปี กลายเป็น 8 ปีต่อเนื่องอีก 8 ปี

________________"_______________

เลยกลั้นใจเรียนต่ออีก 2 ปี ครึ่งให้จบ
(ช่วยเป็นกำลังใจในการไปเรียนให้กับนุ๊งเอ้ด้วยนะฮับ)

อาทิตย์นี้
จะไปรับน้อง

แต่ได้ข่าวว่าน้อง 40 คน ไปกัน ไม่ถึง 10 คน

เอ่อ. . .

น้องๆ ครับ
พวก(กุ)พี่ๆ ปี 2 อุตส่าห์เสียสละมันนี่คนละเกือบ 2000 เพื่อจัดกิจกรรมนี้นะครับ
รบกวน พวก(มึง)น้องๆ สำเหนียกนิดนึงว่า พวก(กุ)พี่ๆ ตั้งใจจัดกิจกรรม
รับขวัญน้องปี 1 ทุกตัว เอ๊ย!! ทุกคน

แต่ก็เข้าใจน้องหลายๆ คน เพราะมีเหตุปัจจัยหลายอย่าง อาทิ

1.ผู้ปกครองไม่ให้ไป
(ก็เจือกขอไปรับน้อง บอกให้โกหกว่าไปเข้าค่ายอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ก็ไม่เชื่อ )
2.การบ้านเยอะ
(กลับมาค่อยทำส่งก็ได้ ดูตัวอย่างพี่ๆ มันดิ หรือไม่ก็แหลนอาจารย์ไปว่า ทำไม่ทัน ทำไม่ถูก แหลๆ ไปเหอะ จารย์แกเชื่อ)
3.กลัวโดนว๊าก
(โถ.....โดนมาจนไม่รู้จะพูดว่าอะไรแล้ว ยังกลัวกันอีก)
4.ผัวไม่อนุญาต
(คับ....รับทราบอันนี้ถือเป็นภาระกิจใหญ่หลวงมาก ไม่อยู่สามวันสองคืน รูเยี่ยวจะตันเพราะไม่มีคนดันเปิดทางให้-"- น้องเอ๊ย...ถ้ามันเรื่องมาก ก็พามันไปด้วยเลยพวก(กุ)พี่จะได้รับทั้งผัวทั้งเมียซะเลย)

และอีกนานับประการ

เอ้ก็. . . .นั่งฟัง พยักหน้า นั่งยิ้ม เออ จ้ะน้อง ดีครับ เอาเลย
แล้วก็
บลาบลา บลา. . . .

ก็ดี ไปกันน้อยๆ(น่าจะน้อยเกินไป)
จะได้ดูแลกันได้สบายๆ
คนเยอะดูแลกันลำบาก

ไปรับน้องครั้งนี้ได้รับหน้าที่เป็นคนจัดที่ให้น้องนอน( แม่ม. . .หานอนกันเองไม่เป็น )
แล้วก็เป็นคนปลุกน้องไปกินข้าวและตอนกลับ

ไอ้หน้าที่แรกเนี่ย
พอเข้าใจและทำได้แน่นอน

แต่ไอ้หน้าที่หลังนี่

พวก(มึง)เพื่อนๆ คิดถูกแล้วเหรอ

คือแบบว่า
ใช้มันสมองส่วนไหนคิดกันคับ
ให้กุเนี่ยนะไปปลุกน้อง

โอ้วแม่เจ้า!!

คงจะได้กินข้าวกันหรอก
แทนที่จะได้กินข้าวเช้า
ก็จะกลายเป็นข้าวเย็นไป

"มึงต้องตื่นมาปลุกน้องให้ได้นะเอ้ รับผิดชอบหน้าที่ด้วย "

................................................

จ้ะ งั้นช่วยหาคนรับผิดชอบปลุกกุคนนึงด้วยนะจ๊ะ ชิส์!!

โพส สะ คริป

- ยังคงคิดถึง " คนคนนั้น " อยู่นะ
- ยังไม่ได้ลงทะเบียน จะมีวิชาให้กุเรียนไม๊
- เจ๊ออย. . . . .รักนะแต่ไม่กล้าบอก
- เอาใจช่วยให้กุตื่นไปเรียนทันดีฟ่าคับ

รูปผู้ชายจากปลายฝีแปรง





edit @ 2005/09/15 21:28:09